iTime

Wednesday, December 12, 2012

@^^Back to Utapao Airport again^^กลับมาเยือนที่ทำงานด้านการบินครั้งแรกในชีวิต เมื่อ 8 ปีที่แล้ว^^@

12 Dec 2012
@ FlyawayMinee's House
Temp 30C.

 
 
มิคาอิลป่วยมาสองวันแล้ว ติดเชื้อไวรัส H1N1 จากคุณลุงและแม่นี
เมื่อวานพาไปพบคุณหมอ คุณหมอให้ยาต้านเชื้อไวรัสมากิน
ตอนนี้อาการเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังมีไข้อยู่ มามากับปาปาไม่ได้นอนเลย
เฝ้าไข้มิคาอิลทั้งคืน เป็นห่วงเขา กลัวเขาจะมีไข้จนชัก
แต่จริงๆ แล้ว เขาไม่เคยป่วยจนชัก ด้วยไข้ที่ขึ้นสูง เลยเฝ้าระวังไม่ให้เขาชัก

30 Nov - 01 Dec 2012
 
 มีเรื่องเล่าค้างจากที่ไปทำงาน ณ สนามบินอู่ตะเภา
ไปทำงานที่นั้นแล้วทำให้นึกถึงเมื่อแปดปีก่อน ที่มินีเคยไปผจญภัยที่นั้น
ทำงานด้านการบินครั้งแรกที่นั้น ตอนนั้น ความรู้ด้านการบินเป็นศูนย์
ไม่มีทักษะอะไรเลย รู้เพียงอย่างเดียวว่าไปช่วยงาน
แต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆที่เท่านั้น อู่ตะเภาตอนนั้นกับตอนนี้ เปลี่ยนไปมาก
 
กลับมาอีกครั้ง อู่ตะเภาก็ยังคงความคลาสสิกในตัวของมันเอง
งานที่ไปทำวันนั้นก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยาก
ทริปนี้เลยเป็นเหมือนเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานของมินีเอง
หลังจากไม่ได้ไปทำงานต่างจังหวัดมาสองปีเต็ม
 
คืนนี้เราพักที่นี้
 
 
@บ้านสัตหีบ ชายทะเล@
 
เป็นโรงแรมแนวบูติกๆ ที่ตกแต่งออกมาได้น่ารักมากๆ เน้นความเงียบสงบ
บรรยากาศทะเลๆ แต่พอดีว่าถึงดึกไปหน่อย เลยได้ภาพไม่ค่อยชัดเท่าไหร่
 
 
 
 
 
 
 
 
นอนหลับไม่สนิท เพราะกังวลเรื่องงาน
มินีรออีเมล์จากเมืองนอกที่ต้องส่งแจ้งเวลาเครื่องมาถึงที่อู่ตะเภา
เที่ยงคืนกว่าแล้ว ก็ไม่มีข้อความเข้ามา เลยตัดสินใจส่งไปถาม
แล้วทางเมืองนอกก็แจ้งมาว่า เครื่องจะถึงเร็วกว่ากำหนดหนึ่งชั่วโมง
เลยทำให้มินีกับพี่หญิงนอนแบบหลับๆ ตื่นๆ
 
ตีสาม ทีมพวกเราออกจากโรงแรมไปสนามบิน เครื่องมาถึงตอนตีสี่
มีปัญหาเรื่องรถบันไดนิดหน่อย พอดีว่าตามคนขับไม่ได้ เครื่องจอดสนิทแล้ว
แต่รถบันไดมาช้าประมาณสิบนาที แต่กัปตันก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร
 
บนเครื่องมีแต่ลูกเรือ เพราะเที่ยวบินนี้เป็นเที่ยวบินส่งมอบเครื่อง
เขาแวะมาเติมน้ำมันเพื่อบินต่อไปยังญี่ปุ่น
 
 
@ ณ เวลาตีสามกว่า@
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เสร็จงานแล้ว กลับไปนอนที่โรงแรมต่อ
 
 
 
 
@อาหารเช้าแบบเบาๆ@
 
มาดูบรรยากาศตรงด้านหลังของโรงแรมกันบ้างดีกว่า
 
 
@รับแดดยามเช้า@
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนนี้เป็นบรรยากาศการตกแต่งในโรงแรง น่ารักมากๆ
 
 
 
 
 
 
@ของที่ระลึกที่ทางโรงแรมขาย ราคาไม่แพงด้วยนะ@
 
 
 
@ที่แหวนกุญแจห้องพัก@
 
มาดูภาพกวนๆ ของเจ๊หญิงกัน!!
 
 
 
 
ตลกเจ๊หญิง หลังจากที่ถ่ายรูปเล่นเสร็จ พวกเราขึ้นไปบนห้อง
กะว่าจะนอนก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ
พี่หญิงเดินเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวเสร็จ แต่ดันไปล็อกห้องน้ำ
เจ้าตัวยังไม่รู้ มารู้อีกทีตอนที่จะเข้าห้องน้ำรอบสอง ประตูถูกล็อกไปเรียบร้อย
 
รำบากสิงานนี้ ต้องเข้าห้องน้ำรวมแทนซะงั้น!
คือปัญหาเรื่องล็อกประตูแล้วลืมกุญแจเนี้ย เป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับเจ๊เขา!
 
ก่อนกลับบ้าน เขียนสมุดเยี่ยมชมสักนิดส์
 
 
 
แล้วจะกลับมาใหม่นะค่ะ อู่ตะเภา!


Wednesday, November 28, 2012

@^^Boat Bekery & Mikail's Surgery at Chula Hospital^^ขนมอร่อยๆที่โบท์เบอเกอรี่ & มิคาอิลผ่าตัดส่องกล้องที่จุฬาฯ^^@

19 Nov 12
Time 11:59LT
@ RSW's Office
DMK Airport
Temp 31c.

ต่อจากหน้าที่แล้ว มีกิจกรรมหลายอย่างที่ผ่านเข้ามา
 
3 Nov 2012
 
ชิมขนมอร่อยๆ ที่ Boat Bekery สาขาถนนแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด


 

 

 
 
 
มิคาอิลดีใจมากได้กินขนมอร่อยๆ
 

 
พาเด็กๆ มากินขนม
 
 
 
Cake display น่ารักมากๆ
ไว้วันเกิดของมิคาอิลปีหน้าจะมาสั่งทำเค้กน่ารักๆ ที่นี่

ขนมร้านนี้อร่อยมากๆ ในร้านก็ตกแต่งได้โปร่ง นั่งสบาย
มีขนมให้เลือกเยอะ มีอาหารด้วยนะ
มินีเจอร้านนี้โดยบังเอิญ ระหว่างทางที่จะกลับบ้าน
เลยชวนน้องไปร์และคุณอลันมาลองรสชาติขนมที่นี่ดู
ไม่ผิดหวังเลยค่ะ อร่อยทุกอย่าง ราคาไม่แพงมาก ชอบๆ
ไว้จะกลับมากินที่นี่ใหม่ เพราะไม่ไกลจากบ้านเรา ขับรถแปบเดียวก็ถึง

6 Nov 2012

พามิคาอิลหาหมอ+นอนโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดส่องกล้อง

วันนี้ต้องไปพบหมอศัลยกรรมเด็ก
เพราะมิคาอิลมีนัดผ่าตัดส่องกล้องวันพรุ่งนี้
ขั้นตอนก่อนที่จะเข้าไปนอนโรงพยาบาลนี้เยอะมากๆ
ต้องไปนู้นนี้นั่น ทำเอาเราอารมณ์ไม่ดีไปเลย
แต่ก็ผ่านพ้นไปได้ มินีหันไปมองมิคาอิล เขาก็ยังร่าเริง
เขายิ้ม สนุก โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า วันรุ่งขึ้นเขาจะต้องเจ็บตัว
 
 
 
 
 
 
 
พอได้ห้องที่โรงพยาบาล ก็ขึ้นไปเก็บข้าวของ
ห้องพิเศษที่ได้จองไว้เป็นเตียงคู่ เพราะถ้าจองเตียงเดี่ยว
ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทั้งหมด เราต้องจ่ายเอง ใช้สิทธิ์อะไรไม่ได้เลย
 
พยาบาลให้เปลี่ยนชุด แต่วันนี้ยังไม่ได้ผ่าตัด
พยาบาลแค่มาวัดความดัน เก็บฉี่ สวนก้น
หลังจากนั้นคุณหมอที่ผ่าก็เข้ามาอธิบายวิธีการ แล้วรายละเอียด
สั่งให้มิคาอิลอดอาหาร นม และน้ำตอน ตี 2 เพราะหมอจะผ่าตัดตอนเช้า
 
7 Nov 2012
 
วันผ่าตัดส่องกล้อง ณ โรงพยาบาลจุฬาฯ
 
 
เช้ามืดของวันที่ 7 ป๋มพร้อมผ่าตัดแล้ว
 
 
ระหว่างรอเข้าห้องผ่าตัด ชั้น 17 ตึกสก.
 
 
วันนี้มิคาอิลต้องเข้าห้องผ่าตัดแล้ว มินีตื้นเต้นมาก
หมอบอกว่าจะผ่าตัดตอนเช้าแต่เอาเข้าจริงๆ กว่าจะเรียกมิคาอิลไปห้องผ่า
ก็เกือบเที่ยงสงสารมิคาอิลมาก เขาหิว
แต่มินีหลอกล่อด้วยการพาเดินเล่นมิคาอิลก็ยิ้ม เล่น
แต่ด้วยความที่อดอาหารมาตั้งแต่ตี 2
มิคาอิลคงหิวมากจริงๆ ไม่งั้นไม่งอแงมากมายขนาดนี่
มินีเริ่มโมโห คุณอลันบอกว่า ถ้าหมอยังไม่เรียกไปผ่า
ก็ยกเลิกการผ่าตัดไปเลย คุณอลันแรงจริงๆ เขาทนเห็นลูกหิวไม่ได้แล้ว
เราเลยแจ้งไปกับทางพยาบาลว่าอีกนานมั้ย?
พยาบาลก็เห็นแล้วบอกเราว่าจะไปดูคุณหมอให้ สักพักใหญ่ๆ
จากนั้นก็มาตามเรากับมิคาอิลไปห้องผ่าตัด ตอนเที่ยงครึ่ง
หน้ามินีเป็นตูดแล้ว พยาบาลมีแซวมิคาอิลว่า โอยๆ ร้องทำไม?
มินีตอบแบบเสียงโมโหมากว่า ก็เด็กมันหิว ไม่ให้ร้องไง!
มินีได้เข้าไปในห้องผ่าตัดกับมิคาอิลเพื่อดมยาสลบด้วย
เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต ที่ได้เข้าไปในห้องผ่าตัด
แต่ครั้งนี้อยากให้เป็นครั้งสุดท้าย
 
ครั้งแรกก็ตอนผ่าตัดคลอดและครั้งนี้ พามิคาอิลมาผ่าตัด
เวลาในการผ่าตัดร่วม 3 ชั่วโมง เรานั่งไม่ติด กระวนกระวายใจมาก
ตอนที่หมอบอกว่าการผ่าส่องกล้องใช้เวลาไม่นาน
เราก็คิดว่าไม่น่าจะเกิน 2 ชั่วโมง แต่ผ่านไป 3 ชั่วโมงกว่าจะออกจากห้องผ่า
และอีก 1 ชั่วโมงในห้องพักฟื้น แต่มินีก็ได้เข้าไปดูมิคาอิลในห้องพักฟื้น
จนมิคาอิลฟื้น และร้องไห้ตลอดเวลา เพราะเริ่มเจ็บแผล
 
 
ไปส่งมิคาอิลดมยาสลบและเข้าห้องผ่าตัด
 
 
หลังผ่าตัด
 
มินีเปิดดูแผลที่ผ่าตัด ตกใจมากที่เห็นแผลผ่าตัดตั้ง 3 แผล
ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงได้ผ่านานกว่า 3 ชั่วโมง
และมิคาอิลก็เจ็บแผลมากขนาดนี้ งอแงมากๆ
 
คืนนี้ อยู่กับมามานะมิคาอิล
 
ตอนกลางคืนทางโรงพยาบาลให้เฝ้าไข้ได้แค่คนเดียว
มินีไม่ได้นอนเลย มิอิลเป็นเด็กนอนซน แต่พอเขาขยับตัว
แล้วเจ็บแผล มิคาอิลก็ร้องลั่น เป็นอย่างนี้ทั้งคืนเลย
 
สู้ๆ คั๊บ
 
 
ป๋มเจ็บแผลคั๊บ
 
 
พอเช้ามามิคาอิลอาการดีขึ้น ฟื้นตัวเร็วมาก
ปาปากับอูมีมาเยี่ยมตอนเช้า พวกเราลองจับมิคาอิลนั่ง
ปรากฏว่านั่งได้ งอแงตอนเจ็บแผลนิดหน่อย
คุณหมอเข้ามาตรวจดูอาการ แล้วบอกว่า อาการดีขึ้นเร็วมาก
จะอนุญาตให้กลับบ้านวันนี้ แต่ต้องให้มิคาอิลฉี่เองให้ได้ก่อน
เพราะก่อนหน้านี้ มิคาอิลโดยสวนฉี่ไป
 
หลังจากฉี่เองได้ พวกเราก็เตรียมเก็บของ
จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายเรียบร้อยก็กลับบ้านกันเลย
 
มิคาอิลหายเจ็บแผลในเวลาแค่ 2 วัน
นอนกลิ้งซนได้ปรกติ หลังจากผ่าเจ็ดวัน พาเขาไปเปิดแผล
แผลแห้งดี ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี อัลฮัมดุลลิลละห์
 
มิคาอิลได้รับกำลังใจจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ส่งมาให้
ทำให้มิคาอิลหายไวได้แบบนี้ ต้องขอบคุณจากใจจริงๆ
 
 
 
 
ปล. เอนทรี่นี้กว่าจะเขียนเสร็จใช้เวลานานมาก เพราะเขียนได้วันละบรรทัด งานที่ออฟฟิตค่อนข้างยุ่ง เลยไม่ค่อยมีเวลาได้เข้ามาเขียน ตอนนี้เลยอัพเดทชีวิตในบล็อกไม่ทันปัจจุบันเลย


Saturday, November 10, 2012

@^^Selamat Hari Raya Idil Adha & Chilling at Ikea^^ฉลองอีดอัดฮา ณ บางกอก & เดินเตร่ๆ ที่อีเกีย^^@

10 Nov 2012
@ Hangar 4426
Time
Temp 28C.
Sunshine Day.

ค้างเรื่องเล่าหลายตอนมาก
จำไม่ค่อยจะได้ล่ะ วันๆ ก็มีแต่เรื่องวุ่นๆ มิอิลก็แสนจะขี้ออน เริ่มซน
แต่มินีขอบันทึกเรื่องวันอีดฮัดฮาที่บางกอก ก่อนที่จะลืมไปเสียก่อน
 
26 Nov 2012
 
 
"Selamat Hari Raya Idil Adha"
 
 
เป็นปีแรกที่ได้ฉลองวันอีดที่กรุงเทพฯ แล้วไม่รู้สึกเหงาเหมือนปีก่อนๆ
โดยปรกติอีดอัดฮา มินีจะอยู่ฉลองที่บ้านนราธิวาส
แต่ปีนี้มินีกับครอบครัวไม่ได้กลับบ้าน ด้วยเหตุผลที่ค่าตั๋วแพงเกิ้น!
อยู่ฉลองกับครอบครัวที่กรุงเทพฯแทน
 
วันนี้พวกเราตื่นกันเช้า เพื่อจะไปละหมาดที่ศูนย์กลางอิสลาม
แต่งตัวมิอิลแต่เช้า กินอาหารเช้าด้วยกันก่อนจะไปละหมาด
 
His Outfit of the day, So cool!
 
พวกเราไปถึงศูนย์กลางอิสลามไม่ทัน เขาเริ่มละหมาดกันแล้ว
ได้แต่ฟังเทศน์แทน ก็ยังดี อย่างน้อยๆ เราตั้งใจจะไปถึงแม้จะไม่ทันก็ตาม
 
มีเรื่องขายขี้หน้าเกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด
หลังจากที่ตัดสินใจจะไปเยี่ยมบ้านน้องมิสแถวทุ่งครุ
ตั้งใจจะไปซื้อของฝากให้มิสในศูนย์กลาง ด้วยความที่เราใส่ส้นสูง
เสื้อเดรสยาว เดินลงบันได ไปสะดุดชายกระโปรงเดรส ลื่นตกบันไดเลย
อายคนมาก เราพยายามหันไปมองหาสามี ไม่เห็น(หัว)เขาเลย
โชคดีที่มีชายหนุ่มแถวนั้นช่วยจับแล้วพยุงเราขึ้นมาก
อายมาก เราขอบคุณเขาไป แล้วก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น
รีบซื้อของฝาก รีบออกจากพื้นที่ที่เราไปทำขายขี้หน้าทันที
ออกเดินทางไปบ้านน้องมิสกันเลย
 
 
 
 
 
 
หนุ่มน้อยของมามาปาปา
 
 
ไปถึงบ้านมิสตตอนสายๆ อาไบ โปบี๋ของน้องมิสใจดีมากๆ
ยกของกินให้เราเยอะมาก มีทั้งโรตีจิ้มแกง ขนมจีนแกงเขียวหวาน
ชานมร้อน ของหวานอีก โชคดีที่มิอิลหลับ มินีกับอลันได้กินอย่างเต็มที่
พวกเรากินเยอะมากๆ อาหารอร่อยมาก ดีใจน้ำตาจะไหล
คิดถึงบรรยากาศวันอีดที่นราธิวาสมากๆ เหมือนเราได้อยู่บ้านเลย
 
อาโปบี๋ โรเซีย ฮาน่า มิอิล
 
 
มิอิลกับฮาน่า
 
มิอิลกับโรเซีย
 
New look น้องมิส
 
หลังจากนั้นก็ไปบ้านอามีของน้องมิสแถวถนนตก
ดีใจเช่นกัน เพราะบรรยากาศที่นั่นเหมือนได้เฉลิมที่ใต้จริงๆ
ได้พูดมาลายูกับอามีน้องมิสและกับคนอื่นๆ
บรรยากาศในชุมชนที่นั้นไม่ต่างจากกำปงบ้านเราเลย
แล้วที่ดีใจอีกเรื่องคือ บ้านอามีอยู่ฝั่งตรงข้าม Asiatique
มินีอยากไปเที่ยวมาก อยากไปถ่ายรูปสวยๆ
แต่สามีไม่ยอมมา บอกว่าไกล ขี้เกียจขับรถ สุดท้ายเราก็ได้มาจนได้
 
 
 
 
หลังจากที่แยกย้ายออกจากบ้านอามี เราก็ไปเดินเล่นที่ Asiatique
นั่งกินไอติมคนละถ้วย ก่อนจะเดินไปถ่ายรูปเล่นกัน
จริงๆ ที่ Asiatique ไม่ได้มีอะไรต่างจากจตุจักร
แค่บรรยากาศกับสถานที่มันต่างกัน เราเน้นบรรยากาศ
เลยลงความเห็นว่า Asiatique สวย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เมื่อแสงอาทิตยจะลับขอบฟ้า
 
แยกจากกันกลับบ้านช่วงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ไว้จะมาเที่ยวใหม่นะเดี๋ยวจะพาแม่มาถ่ายรูปสวยๆ
 
28 Nov 2012
 
มาซื้อของที่อีเกีย เมกกาบางนา
 
วันนี้มีธุระต้องมาซื้อของที่นี่ เลยแอบมาชิวๆ ด้วยเลย
ตอนนี้ห้างที่ชอบเดิน แล้วเดินบ่อยมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นที่อีเกีย
มินีชอบดูของแต่บ้าน ชอบดูสไตล์การจัด ของที่อีเกียทำออกมาเก๋ดี
 ซื้อของเสร็จก็นั่งกินขนมในร้านอาหารของอีเกียนั่นแหละ นั่งสบายดี
 
 
 
 



ท่าหล่อขั้นเทพ
 
 
กินเสร็จพวกเราเดินเล่นในเมกกาบางนา
เดินครบรอบ แวะให้มิอิลเล่นเครื่องเล่นนิดหน่อย ก็กลับบ้าน
 
 
 

 

 

ผมสนุกมากครับปาปา
 
จะกลับบ้านแล้วคร๊าบบ แวะนั่งพัก
 
 
เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่อยากได้มาก ณ จุดนี้
 
เอนทรีหน้าจะมาเล่าเรื่องมิอิลผ่าตัดส่องกล้องนะคร๊าบบ
 
 
ขอบคุณ 
1. รูปจากเฟสน้องมิส แม่นีไปจิ๊กมาได้ 2-3 รูป
2. รูปจากเฟสคุณสามี ที่เขาพึงพอใจกับโทรศัพท์ Sony Xperia S เอามากๆ
3. รูปมาจากหลากหลายกล้อง แต่รูปช่วงท้ายๆ มินีถ่ายจากกล้องโปร ตอนนี้กำลังฝึกฝนการถ่ายจากกล้องโปร ถ้าถ่ายเก่งแล้วจะไปซื้อเลนส์ดีๆมาใช้สักอัน