iTime

Wednesday, August 24, 2011

สนุกสนานกับการทำไฟล์ทส่งทหารไทยไปซูดาน (ดาร์ฟู)

24 สิงหาคม 2554
เวลา 13:35 น.
อากาศ ณ กรุงเทพฯ
35 องศา แดดจ้าเลยค่ะ

เริ่มต้นไฟล์ทแรก เมื่อคืนวันที่ 19 สิงหา
กำหนดเครื่องออกเวลา 01:00 น. เนื่องจากไฟล์ทออกดึกมาก
บรรยายกาศในสนามบินเลยเงียบ เหงาแบบนี้





ไฟล์ทแรกมีการทำพิธี และอันเชิญธงเฉลิมชัย 
ก่อนที่ทหารนายอื่นๆ ขึ้นเครื่อง






พี่ๆทหาร ต้องจากบ้านไปอยู่ต่างแดนเป็นเวลา 6 เดือน
ญาติๆ ที่มาส่งต่างเสียน้ำตา เห็นแล้วเศร้ามาก
มีบางคน ญาติมาไม่ทัน เพราะคืนนั้นฝนตก รถติด
แต่ดีที่พี่ทหารยังไม่ขึ้นเครื่อง ทางเขาร้องขอให้เราตามตัวออกมาเจอญาติก่อน
แล้วเราก็ตามตัวได้ เขาได้เจอกันกับญาติและแฟน ไม่ถึง 5 นาที เศร้ามากๆ




รอตรวจพาสพอร์ท



ไฟล์ทที่ 2 วันที่ 22 สิงหา
กำหนดเครื่องออก 01:00 น.





รวมพลทีมงานคุณภาพ







รอ boarding ผู้โดยสาร



ทยอยกันขึ้นเครื่องกันแล้วว




เพอร์เซอร์คนนี้ เขี้ยวลากดินเลย ต่อรองราคาอยู่นั้นแหละ
ไม่ใช่บริษัทการกุศลนะ ที่จะมาลดราคาให้ง่ายๆ แบบนี้






เห็นเครื่องถอยไปได้ เราโครตจะดีใจเลย






กลับมาถึงบ้านประมาณตีหนึ่งกว่าๆ เกือบๆ ตี 2
เห็นมิอิลนอนคดแบบนี้ สงสัยคงหนาว ผ้าห่มนี่หลุดอยู่ปลายเท้า
มาให้แม่นีกอดหน่อยสิ คิดถึงจังเลย
ช่วงนี้ เราอยู่กับลูกน้อยจัง ด้วยงานที่ประดังเข้ามา





สุดท้าย เอารูปที่ทหารไทยกลับบ้านถึงไทย
เจอลูก ลูกก็ร้องไม่ยอมไป เพราะพ่อจากไปนานเกิ้น...




ปล. รักคนที่อยู่กับเราให้มากที่สุดนะค่ะ
เพราะข้างหน้าจะเกิดไรขึ้น ไม่มีใครรู้ได้




Friday, August 19, 2011

งาน,ชีวิต

19 สิงหาคม 2554
เวลา 10:05 น.
ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง
อากาศขมุกขมัวเช่นเคย







วันนี้เป็นวันเริ่มต้นวันแรกของการทำไฟล์ทส่งทหารไทยไปซูดาน
แล้วก็นำทหารชุดเก่ากลับบ้านด้วย

ก่อนหน้านี่เรามีงานกันหลายงาน สนุกปนเครียด มีหลายอย่างเกิดขึ้น
แต่อาจจะกล่าวไม่ได้ในที่สถานะแบบนี้

การที่เราจะเป็นคนใต้ปีกแบบนี้ ต้องเจอกับแรงกดดันมากมาย
ทั้งกับตัวลูกค้า และองค์กรที่เราอยู่ กดดันหลายด้าน
งานของเราเหมือนเป็นด่านแรกที่ต้องพบเจอ
ถ้าโดนด่าก็โดนก่อนใคร แต่ถ้าได้คำชม ก็ได้รับก่อนใครเช่นกัน




Team Work สำคัญที่สุด




คงจะเหมือนกับงานหลายๆงานที่ต้องอาศัยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ในการทำงาน เพราะเราต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน



ปีที่ 8 ในวงการการบิน ประสบการณ์เพิ่มขึ้น
แต่ก็ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ต่อไปเรื่อย




ตอนนี้ ชีวิตส่วนตัวมีความสุขดีค่ะ ลูกน้อยก็โตวันโตคืน
ได้เห็นถึงการเจริญเติบโตของเขาทุกวัน
มินีคิดถูกแล้วที่ให้เขาอยู่กับเราด้วยกันที่กรุงเทพฯ
มีหลายๆคนถามว่า ทำไมให้เขาอยู่บ้านที่ใต้
ฝากญาติๆ เลี้ยง ตอนแรกก็มีความคิดแบบนั้น
แต่สุดท้ายแล้วเราก็ทำใจให้เขาจากเราไปอยู่กับคนอื่นนานๆ แบบนั่นไม่ได้




ดูตัวพองๆ ยังไงก็ไม่รู้เนอะ




สุดท้ายฝากรูปมิอิลกับแม่นีสักรูปค่ะ




ผมชอบขับรถคร๊าบบบบบ...




Friday, August 5, 2011

ครบรอบ 3 ปี มิคาอิลอายุครบ 10 เดือน

5 สิงหาคม 2554
เวลา 14:35น.
อากาศขมุกขมัว เมฆหนา
คาดว่าเย็นนี้ฝนคงตก





สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานปีที่ 3


4 สิงหาคม 2554
เป็นวันครบรอบแต่งงานของมินีกับคุณอลัน
ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ความพิเศษ อยู่ที่เจ้าหนูน้อยมิอิล
เพราะเขาเองก็อายุครบ 10 เดือนพอดิบพอดีเลยค่ะ
ทุกอย่างโฟกัสไปที่เขา ไม่มีงานฉลองใดๆ
มีแต่ข้อความสั้นของคุณอลัน ส่งมาให้เรา





สั้นๆ ได้ใจความ เห็นข้อความแล้วก็อมยิ้ม
อย่างน้อยเขามีใจที่จะทำอะไรแบบนี้
แต่มินี..ไม่ได้ทำอะไรให้เลย ไม่มีข้อความ ไม่มีของขวัญ
ไม่ใช่ว่าลืม....แต่! คุณอลันเคยบอกว่าไม่สำคัญ ไอ้เราก็จำมาตลอด
มาปีนี้ เขากลับมีอะไรให้เราแปลกใจเล็กๆ ก็ดีไปอีกแบบเนอะ




มิอิลอายุครบ 10 เดือนแล้วคร๊าบบบป๋มมม!





พระเอกของเราอยู่ตรงนี้ ไม่มีไรสำคัญ ไม่มีงานเลี้ยงใดๆ สำคัญเท่า


มิอิลจะมาเล่าภาระกิจวันนี้ให้ฟังนะคร๊าบบบ
วันนี้แม่นีจับป๋มอาบน้ำแปะแป้งแต่เช้า กินอาหารเช้าด้วยฝักทองบด แครอทบด
ผสมข้าวกล้องบดละเอียด ป๋มกินหมดถ้วยเลย ตามด้วยน้ำส้มคั้นสดๆ 2 ลูก
นมอีก 4 ออนซ์ กินเสร็จ ป๋มคิดว่าจะป๋มจะหลับ แต่ป๋มไม่หลับดีกว่า 
แม่นีบ่นว่า "มิอิล alert ที่สุดเลย...วันนี"
ป๋มไม่ยอมนอน แม่นีก็ต้องเล่นอยู่กับป๋มไม่ห่าง
เพราะไม่งั้นป๋มจะร้องเรียกร้องความสนใจ





นั่งได้นานขึ้นแล้ว







คอสตูมของป๋มวันนี้คร๊าบบบ





นั่งนานไป เมื่อย เลยทิ้งตัวลงอย่างจัง T__T
แม่นีใจหายหมดเลย แต่ป๋มยิ้มให้
บ่งบอกว่าป๋มแกล้งแม่นีเล่นคร๊าบบบ...





เบื่อจากเตียง ย้ายมาที่รถประจำตำแหน่ง




รถคันนี้เริ่มเสียมากแล้ว ป๋มทำมันพังเอง
ไม่มีอะไหล่เปลี่ยนแม่นีสัญญากับป๋มว่าจะไปถอยให้ป๋มใหม่
ป๋มจะเอาสีแดงเหมือนรถที่แม่นีขับนะคร๊าบบบ





ขับรถเล่นกันคร๊าบบบ






ช่วงสายๆ แม่นีขับรถพาป๋มไปเที่ยวตลาดสดกับคุณยาย
วันนี้คุณยายจะทำต้มยำหัวปลากระพง กับยำปลาสำลีชุมแป้งทอด
ป๋มได้ขับรถของแม่นีด้วยคร๊าบบบ...ชอบๆๆ




จูจุ๊บกับแม่นีด้วย อย่าบอกพ่ออลันนะคร๊าบบบ..*__*




รอคุณยายไปซื้อของ แม่นีกับป๋มรอที่รถ
คุณยายไปนานมากเลยคร๊าบบบ
จนป๋มเผลอหลับไปเลย...



พอได้เวลาละศีลอด แม่นีหิว แม่นีลืมถ่ายรูปอาหารอัพเดทลงในเฟสบุ๊ค
กินเสร็จ เพิ่งนึกได้ แต่จริงๆ แล้ว แม่นีรีบไปเทสสินค้าให้กับลูกค้าต่างหากคร๊าบบ
และที่สำคัญ ป๋มได้ไปเทสสินค้ากับแม่นี้ด้วย ดีใจที่สุดเลย...


วันนี้ป๋มอัพเดทแค่นี้นะคร๊าบ
คราวหน้าแม่นีจะมาเล่าเรื่องงานบินๆ ของเขาล่ะคร๊าบ
เห็นแม่นีบอกว่า จะมาอัพเดทร้านอาหารที่ไปกินกับ The Gang แถวๆ ปทุมธานีด้วยละคร๊าบบ

บ๊าย บาย คร๊าบบบ..

Monday, August 1, 2011

ทำไฟล์ท VVIP @ ดอนเมือง

1 สิงหาคม 2554
10:40 น. ฝนพร่ำๆ (คงจะเป็นอย่างนี้ตลอดทั้งวัน)
On duty @ the office





 

เล่าย้อนไปเมื่อ 26 กรกฎาคม 2554
มีโอกาสได้ทำไฟล์ทขาออกของ VVIP โดยสายการบิน Royal Jet
เดินทางไปยังเมือง AUH, U.A.E เวลา 14:00 น.
นักบินและลูกเรือมาถึงตั้งแต่ 11:00 น.

ตอนขาเข้า มินีไม่ได้ทำในไฟล์ทขาเข้า ได้ยินว่าวุ่นวายดี
แบบนี้แหละงานของพวกเรา

แต่ขาออก เครื่องออก ช่วงเวลากลางวัน แดดเปรี้ยงมาก
ทีมของเราออกไปทำไฟล์ทกันเกือบหมด เพราะต้องช่วยกันโหลดสัมภาระ
แถมสัมภาระที่ต้องโหลดขึ้นเครื่องเยอะมากๆๆ เหนื่อยมาก
แดดก็ร้อนจริงๆ ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ไทยกับดอกกล้วยไม้ทั้งนั้น





โดนแดด จนหน้าแดง ตาก็แดง
ภูมิแพ้ในตากำเริบอีกครั้ง ทรมาณที่สุดเลย





@ Parking Bay 100B


เครื่องกำลังเติมน้ำมัน เราให้บริการรถน้ำ รถส้วม
นักบิน แอร์ เตรียมเครื่องกันอย่างเมามันส์
แต่คนข้างล่างอย่างเราๆ โครตร้อนเลย หลบแดดใต้ปีกเครื่อง T_T







ถึงเวลาโหลดสัมภาระขึ้นเครื่อง น่าตกใจ
และยินดีไปในตัวที่ผลไม้ไทยเป็นที่ชื่นชอบ
ของชาวตะวันออกกลาง


แต่พวกเรา คนทำงาน โหลดของจนหมดแรง
ของเยอะมาก มีทั้งผลไม้ ดอกกล้วยไม้ มาเป็นเข่งๆกันเลยที่เดียว
พี่ๆที่มาโหลดอาหารใจดี เอาน้ำดื่ม มาให้พวกเรา คงเห็นว่าเหนื่อยกันมาก ทุกๆคน





ไปกันเป็นเข่งๆ แปลกใจที่เขาแพ็คผลไม้กันแบบนี้
เพราะมินีไม่คิดว่า เขาอาจจะไม่ได้กินตามที่เขาตั้งใจไว้
เวลาไปถึงที่ U.A.E ผลไม้อาจจะเละได้นะค่ะ ถ้าแพ็คไม่ดี


ที่ใส่สัมภาระของเครื่องทั้งสองด้านเต็ม
จนต้องเอาของทั้งหมดขึ้นไปไว้บนเครื่อง
ในครัวของเครื่อง ห้องนอนของเครื่อง
ทุกส่วนของเครื่องเต็มไปด้วยของ สวดยอดมากๆ






หลังจาก VVIP มาถึงเครื่อง เครื่องก็พร้อมที่จะออกเดินทาง
เครื่องล่าช้าไปครึ่งชั่วโมง แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี

งานนี้เล่นเอาเราหมดแรงเลยที่เดียว แต่ก็ยังสนุกกับงานเหมือนเดิม
เพียงแต่มินีไม่ค่อยได้ทำงานแบบนี้เหมือนครั้งก่อนๆ
ถ้าเครื่องมาตอนดึกๆ เราก็ไม่สามารถทำได้
ติดตรงที่เราต้องดูลูกต่อจากแม่ จนเป็นข้ออ้างของมินีว่า
มินีชอบอ้างแต่เรื่องลูก เรื่องครอบครัว ไม่ยอมมาทำโอทีเหมือนคนอื่น
ไม่ว่าใครที่จะคิดอย่างนี้ มินีไม่ติดใจ เพราะมินีไม่ได้อ้าง
แต่ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงที่มินีต้องดูลูก
คนที่รู้จักมินี เขาจะรู้ถึงภาวะที่มินีเป็นอยู่ ลูกมินีต้องพบหมอบ่อยๆ
ใครที่เคยเห็นมิอิล เขาก็จะเข้าใจ
แต่ใครที่ไม่เคยรู้ ก็อาจทำให้เขาคิดแบบนั้นได้
แต่ตอนนี้ มินีจะทำโอทีให้มากขึ้น (เงินอ่ะ ใครๆ ก็อยากได้)
มินีเองก็อยากได้ มิอิลกินนมดุ เดือนๆนึง มินีหมดกับค่านมลูกไปตั้งเยอะ
แต่บางครั้งการที่เราทำงานจนลืมคนที่เราต้องดูแล มันก็ไม่ถูกต้อง
มินีเกรงใจแม่ เขาอุตสาห์ดูลูกให้ในตอนกลางวัน
ช่วงกลางคืน มินีก็ไม่อยากจะกวนแม่อีก มิอิลเองก็ตื่นมากินนมบ่อย
แต่ตอนนี้ มินีจะฝากลูกไว้กับคุณอลัน เวลาต้องทำไฟล์ทดึกๆ
อย่างน้อยๆ เขาจะทำมีโอกาสได้ดูแลลูกไปในตัว (แผนนี้ค่อนข้างเวิรค์นะ อิอิอิ)

เหมือนตอนนี้พระเจ้ากำลังทดสอบกำลังใจของมินี มินีไม่เคยหมดกำลังใจ
อาจจะมีท้อบ้าง บ่นเรื่องงานบ้าง ก็เหมือนทุกๆคนที่บ่น มันก็เป็นเรื่องปรกติ ไม่แปลกอะไร

ดีใจที่มีน้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ ยังเข้าใจมินีจริงๆ